เท้าความกลับไปสมัยที่ผมยังเด็ก
มีภาพหนึ่งที่ผมยังจำได้นั้นก็คือ พ่อ แม่ของผมมักจะเดินทางไปยังบ้านของคนรู้จักซึ่งบ้างครั้งก็เอาผมกับน้องไปด้วยบางครั้งก็ไม่ได้พาไปด้วยวัตถุประสงค์ของการเดินทางไปยังบ้านของคนที่รู้จักนั้นก็คือ
การไปชวนให้มาเข้าร่วมธุรกิจ ขายตรง
ซึ่งก็มีทั้งคนที่ได้ฟังแล้วสมัครเข้าร่วมและคนที่ฟังแล้วไม่สนใจ ทำอยู่อย่างนั้นหลายปี
และสุดท้ายก็ล้มเลิกไปเพราะว่าไม่ประสบกับความสำเร็จ
ซึ่งพอผมอายุมากขึ้นและได้พูดคุยย้อนกับไปในเรื่อง
ก็พบว่าเหตุผลที่ไม่สำเร็จนั้นก็เพราะว่า
สินค้าที่เราลงทุนไปบ้างครั้งมันก็เป็นสินค้าที่เกินความต้องการของเรานั้นเอง
ซื้อมาก็เอามากองไว้ที่บ้าน ชวนคนอยากบางคน ยอมไปฟัง ซึ่งการไปฟังในสมัยก่อนนั้นจะต้องพาผู้ที่สนใจหรือว่าเรียกกันว่าผู้มุ่งหวังไปฟังที่ตัวเมือง
ซึ่งก็ต้องเดินทางไกลพอสมควร ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆเราที่เป็นคนชวนก็จะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งค่านำมันรถ
และก็ค่าอาหารที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อไปฟังและกลับมาถึงที่บ้านก็ใช่ว่าทุกคนจะสมัครทั้งหมดส่วนน้อยที่จะสมัคร
ซึ่งช่วงแรกก็ยอมที่จะขาดทุนเพื่อหวังผลในระยะยาวแต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะว่า
ถึงแม้ว่าเราจะสามารถกล่อมให้เขานั้นสมัครได้แล้วจริงๆ
แต่ว่าเขานั้นก็จะไม่สามารถที่จะหาลูกทีมต่อและสุดท้ายทีมก็ไม่ขยาดและก็ต้องหยุดทำไปในที่สุด
ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้หลายบริษัทสุดท้ายทั้งพ่อและแม่ผมก็เลิกทำธุรกิจเกี่ยวกับเครือข่าย
พร้อมกับความคิดที่ถูกปลูกฝังเข้าไปยังหัวของผมว่าไม่มีทางที่จะทำเครือข่ายแล้วสามารถประสบกับความสำเร็จได้ giving forward
แต่เมื่อโลกเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไป
การติดต่อสื่อสารระหว่างกันนั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้น
และผมปรกติก็ค้นหาข้อมูลต่างๆจากการพิมพ์ค้นหาผ่านเว็บของ google อยู่แล้ว
ก็เลยมีความคิดแว็ปหนึ่งเกิดขึ้นมาว่าหากเราทำเว็ปไซต์แล้วเว็บไซต์ของเราติดอันดับการค้นหาใน
google ในคำที่เป็นชื่อของบริษัทแล้วจะมีคนสนในมาสมัครกับเราไหมนะ
ผมก็ลงมือทำทุมเทเป็นเดือนสุดท้ายเว็บก็ติดอันดับต้นและก็มีคนมาขอสมัครเข้าร่วมกับธุรกิจแรกของผมอย่างมากมาย
แต่ว่าธุรกิจแรกเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนไม่มากนักก็เลยได้ผลตอบแทนน้อย
ผมก็เลยเริ่มทำตัวที่สองและก็ตัวที่สามต่อไปเรื่อยๆและก็กำลังอยู่ในแนวทางที่ดีในตอนนี้
เพราะว่าโลกออนไลน์นั้นจะดึงดูดคนที่คิดเหมือนกันกับเราเข้ามาหาเรานั้นเอง giving forward
#S7Content